วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569
วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568
วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2567
วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2567
บทคัดย่องานวิจัย
บทคัดย่อ
งานวิจัยในชั้นเรียนนี้มีวัตถุประสงค์
1) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาแนะแนว เรื่อง เพศวิถีศึกษา
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสุรวิทยาคาร
หลังได้รับการจัดการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วม และ 2)
เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วม วิชาแนะแนว
เรื่อง เพศวิถีศึกษา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสุรวิทยาคาร ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่
3 โรงเรียนสุรวิทยาคาร จำนวน 38 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้
คือ 1)
แผนการจัดการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วม วิชาแนะแนว เรื่อง
เพศวิถีศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาแนะแนว เรื่อง เพศวิถีศึกษา
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 3)
แบบวัดความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วม วิชาแนะแนว เรื่อง
เพศวิถีศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติหาค่าเฉลี่ย
ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และคะแนนเพิ่มสัมพัทธ์
ผลการศึกษา
พบว่า
1) การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
วิชาแนะแนว เรื่อง เพศวิถีศึกษา ของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสุรวิทยาคาร
หลังได้รับการจัดการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วม พบว่านักเรียนมีค่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 6.13 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.79 คิดเป็นร้อยละ 30.65
และหลังจัดการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วม นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 16.92
มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.36 คิดเป็นร้อยละ
84.60 การจัดการเรียนการสอนแบบมี
ส่วนร่วมทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาแนะแนว
เรื่อง เพศวิถีศึกษาที่สูงขึ้นกว่า
ก่อนเรียน
โดยเมื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาแนะแนว
เรื่อง เพศวิถีศึกษา ของนักเรียนจากคะแนนก่อนเรียนและหลังจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อพิจารณาพัฒนาการทางการเรียน พบว่า นักเรียนมีระดับพัฒนาการผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาแนะแนว เรื่อง เพศวิถีศึกษา ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง
จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 92.10 และมีระดับพัฒนาการระดับสูง จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ
26.32 (ไม่พบพัฒนาในระดับน้อยหลังได้รับการจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม)
2) ศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วม
วิชาแนะแนว เรื่อง เพศวิถีศึกษา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
โรงเรียนสุรวิทยาคาร พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วม
วิชาแนะแนว เรื่อง เพศวิถีศึกษา ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่า
วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566
บทคัดย่องานวิจัยในชั้นเรียน
โรงเรียนสุรวิทยาคาร
(ก)
เรื่อง เพศวิธีศึกษา
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ผู้วิจัย รัติยา ชัยธนสกุล
ปีการศึกษา งานตาม pa2 ตุลาคม.64- กันยายน 2565
บทคัดย่อ
งานวิจัยในชั้นเรียนนี้มีวัตถุประสงค์
1) เพื่อพัฒนาชุดการเรียนรู้สื่อประสม
วิชาแนะแนว เรื่อง เพศวิถีศึกษา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
โรงเรียนสุรวิทยาคาร ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
วิชาแนะแนว เรื่อง เพศวิถีศึกษา ของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสุรวิทยาคาร
หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดการเรียนรู้สื่อประสม
และ 3)
เพื่อศึกษาเจคติต่อวิชาแนะแนว เรื่อง เพศวิถีศึกษา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่
2 โรงเรียนสุรวิทยาคาร
หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดการเรียนรู้สื่อประสม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย
คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสุรวิทยาคาร จังหวัดสุรินทร์ ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่
2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 1 ห้อง จำนวน 36 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) ชุดการเรียนรู้สื่อประสม วิชาแนะแนว เรื่อง
เพศวิถีศึกษา 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาแนะแนว เรื่อง
เพศวิถีศึกษา และ 3) แบบวัดเจตคติวิชาแนะแนว
เรื่อง เพศวิถีศึกษา โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อประสม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยตารางแจกแจงความถี่
ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสถิติค่าที (t-test)
ผลการศึกษา พบว่า
1)
การพัฒนาชุดการเรียนรู้สื่อประสม
วิชาแนะแนว เรื่อง เพศวิถีศึกษา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
โรงเรียนสุรวิทยาคาร ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 พบว่า สื่อประสมวิชาแนะแนว
เรื่อง เพศวิถีศึกษา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพเท่ากับ
82.08/88.75 มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้
2) การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
วิชาแนะแนว เรื่อง เพศวิถีศึกษา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่
2 โรงเรียนสุรวิทยาคาร
หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดการเรียนรู้สื่อประสมที่พัฒนาขึ้น
พบว่า สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
0.05
3) การศึกษาเจคติต่อวิชาแนะแนว
เรื่อง เพศวิถีศึกษา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสุรวิทยาคาร
หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดการเรียนรู้สื่อประสม พบว่า
นักเรียนมีเจตคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์หลังเรียนด้วยสื่อประสม วิชาแนะแนว เรื่อง
เพศวิถีศึกษา อยู่ในระดับมาก โดยมี มีค่า
คำสำคัญ : ชุดการเรียนรู้สื่อประสม เพศวิธีศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เจตคติ
วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2565
วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2565
วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564
การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เพื่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาแนะแนว เรื่อง เพศวิถีศึกษา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
บทคัดย่อ
หลังได้รับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย
คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสุรวิทยาคาร จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 1
ห้อง จำนวน 36 คน
โดยวิธีการเลือกตัวอย่างแบบเฉพาะจง (Purposive
sampling) จำนวน 36 คน เครื่องมือที่ใช้
คือ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งเป็นแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ และ
แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น จำนวน 10 ข้อ
วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป
และนำเสนอผลการวิเคราะห์ด้วยตารางแจกแจงความถี่ ร้อยละ และค่าเฉลี่ย
ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test) ผลการศึกษาพบว่า
1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาแนะแนว เรื่อง
เพศวิถีศึกษา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสุรวิทยาคาร หลังได้รับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้
5 ขั้น พบว่า สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
0.05 และ 2)
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่
2 มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น
อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.55 และ
มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.61
คำสำคัญ : การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5
ขั้น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ความพึงพอใจ







.png)











